จาก “ข้อมูลกระจัดกระจาย” สู่พลังของการเปลี่ยนแปลงองค์กร
COP Follow The Winner 2025: ทีม Boonrawd’s health lens
ในยุคที่ Data กลายเป็นทรัพยากรสำคัญขององค์กร การมีข้อมูลจำนวนมากอาจไม่เพียงพอ หากยังไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็น Insight ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พลังของการบริหารจัดการข้อมูลจึงมีส่วนขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในผลงานการประยุกต์ใช้ข้อมูลที่สร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ ได้แก่ โครงการ COP Data Hackathon 2025 ในโปรเจกต์ด้าน Wellbeing & Healthcare Analytics ที่นำข้อมูลสุขภาพพนักงานมาวิเคราะห์เชิงลึก จนสามารถลดอัตราการเคลมโรคไข้หวัดใหญ่ของพนักงานได้จริง พร้อมต่อยอดสู่การออกแบบสวัสดิการเชิงป้องกัน (Preventive Wellbeing) ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
จาก Insight สู่ Solution เมื่อ Data เริ่ม “เล่าเรื่อง”
โปรเจกต์ Wellbeing & Healthcare Analytics เกิดจากความต้องการเพิ่มมูลค่าให้ข้อมูลสุขภาพพนักงานที่กระจัดกระจายอยู่หลายแหล่ง ทั้งผลตรวจสุขภาพ งบประมาณ และยอดเคลมประกัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบ Excel หลายไฟล์ ทำให้การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลใช้เวลานาน อีกทั้ง องค์กรยังไม่มี “Single Source of Truth” หรือฐานข้อมูลกลาง ส่งผลให้การทำงานเสี่ยงต่อ Human Error และยากต่อการสร้าง Baseline เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพพนักงานได้อย่างแม่นยำ
ทีมงานได้เริ่มต้นจากการนำข้อมูลย้อนหลัง 3-5 ปี มาวิเคราะห์ด้วยแนวคิด Predictive Analytics (การวิเคราะห์เชิงทำนาย) เพื่อค้นหาความสัมพันธ์ระหว่าง “พฤติกรรมการเจ็บป่วย” กับ “ช่วงเวลาการดูแลสุขภาพ” หนึ่งใน Insight สำคัญที่ค้นพบ คือ ช่วงเวลาการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เดิมองค์กรฉีดวัคซีนในช่วงปลายปีพร้อมการตรวจสุขภาพประจำปี แต่ข้อมูลกลับสะท้อนว่า หากฉีดก่อนฤดูฝน จะช่วยลดความเสี่ยงได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
จาก Insight นี้ ทีมจึงพัฒนา Data Dashboard ที่ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มของโรค ช่วงเวลาการระบาด และกลุ่มเสี่ยงต่างๆ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงรุก
สิ่งสำคัญคือ Dashboard นี้ไม่ได้มองเฉพาะเรื่อง “การรักษา”แต่เน้นไปที่ “การป้องกัน” ทำให้องค์กรสามารถวางแผนกิจกรรม Wellbeing ได้ล่วงหน้า และออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์พนักงานได้ตรงกลุ่มมากขึ้น


จากเวทีประกวด…สู่การใช้งานจริง
หลังจบโครงการ ข้อมูลและ Insight ที่ได้ มีการนำไปใช้งานจริงทันที โดยมีการปรับช่วงเวลาการฉีดวัคซีนพนักงานมาเป็น “ก่อนฤดูฝน” ตามผลการวิเคราะห์ นอกจากนี้ ในส่วนข้อมูลการเคลม ยังได้นำไปใช้ประกอบการเจรจากับบริษัทประกัน เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองด้านเบี้ยประกันในปีถัดไป จากเดิมที่การพูดคุยอาจอาศัยเพียงข้อมูลภาพรวม วันนี้องค์กรมีตัวเลขและหลักฐานเชิงข้อมูลที่ชัดเจน สามารถอธิบายสาเหตุของค่าใช้จ่าย และวางแนวทางป้องกันได้อย่างเป็นรูปธรรม ทีมงานมีการออกแบบ Visualization ให้สื่อสารง่ายขึ้น โดยยึดหลักว่า “ผู้บริหารต้องมองแล้วเข้าใจได้ภายในไม่กี่วินาที”
• ยอดการเคลมโรคไข้หวัดใหญ่ลดลงกว่า 50%
• อัตราการเข้ารักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ลดลงถึง 70%

ความท้าทายที่ต้องก้าวผ่าน
หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือเรื่อง Data Sensitivity เนื่องจากข้อมูลสุขภาพถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวภายใต้ PDPA ทีมงานจึงต้องสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องว่า การวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นรายบุคคล แต่ใช้ข้อมูลภาพรวมเพื่อวางแผนสวัสดิการและการดูแลสุขภาพเชิงองค์กร
อีกหนึ่งความท้าทายคือการเรียนรู้เครื่องมือใหม่ด้าน Data Visualization และ Analytics ซึ่งทีมต้องพัฒนาไปพร้อมกับการทำงานจริง ในขณะเดียวกัน การประสานงานกับบริษัทประกัน เพื่อขอข้อมูลในรูปแบบที่สามารถนำมาวิเคราะห์ต่อได้จริงก็เป็นอีกโจทย์สำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย
ก้าวต่อไปของ Wellbeing ที่ขับเคลื่อนด้วย Data
ในอนาคต องค์กรมีแผนต่อยอดการวิเคราะห์ไปสู่กิจกรรม Wellbeing รูปแบบอื่น เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของพนักงานแต่ละช่วงวัย และออกแบบกิจกรรมแบบ Personalized ได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ทีมงานยังมองถึงการนำ AI และ Automation เข้ามาช่วยดึงข้อมูล วิเคราะห์ และอัปเดต Dashboard แบบ Real-time เพื่อลดภาระงาน Manual และเพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจ
สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี แต่รวมถึงการมี Data Policy ที่ชัดเจน และการสนับสนุนให้โปรเจกต์ที่มีศักยภาพได้ต่อยอดใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง ไม่จบลงเพียงแค่บนเวทีประกวด

Data จะมีค่า…เมื่อเราตั้งคำถามถูก
หนึ่งในปัจจัยความสำเร็จสำคัญของโปรเจกต์ คือการทำงานร่วมกันแบบ Cross-functional ทั้งคนหน้างาน คนที่เข้าใจ Business และคนที่มีทักษะด้าน Data
Data จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขในรายงาน แต่คือเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น ใช้งบประมาณได้คุ้มค่าขึ้น และดูแลพนักงานได้ตรงจุดมากขึ้น และท้ายที่สุด โปรเจกต์นี้ได้สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า
“Data is the new oil — ข้อมูลจะมีคุณค่าเสมอ หากเรารู้จักนำมาปัดฝุ่น และตั้งคำถามที่ถูกต้องกับมัน”

THE WINNER 2025: ทีม Boonrawd’s health lens
จักรชลัช เหล็กกล้า
HR Specialist – Data Analytic
รัฐกิตติ์ ไชยสุนทราวัฒน์
Asst.HR Manager – Wellbeing
ธาริณี น้อยจาด
Deputy HR Manager – Welfare & Wellbeing
กฤษณ์ เปลื้องประสิทธิ์
Senior HRBP Manager – Supply Chain & Digital Business