Museum of Counterfeit Goods Tilleke & Gibbins
ประเทศไทยก็ขึ้นชื่อเรื่อง “ของก๊อป” ไม่แพ้ใครในโลก และไม่ใช่ของแบรนด์เนมเท่านั้นที่ถูกทำเลียนแบบออกมาขาย ของราคาถูก ของเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันก็ถูกทำปลอมแล้วเอามาขายทั่วไปเหมือนกัน ของก๊อปพวกนี้มีอะไรบ้าง เราจะพาทุกคนไปดูกันที่ “พิพิธภัณฑ์สินค้าปลอมและสินค้าเลียนแบบ” ที่จะช่วยให้เราสังเกตเป็นมากขึ้นว่า แบบไหนของจริงแบบไหนของปลอม


ที่มา
พิพิธภัณฑ์สินค้าเลียนแบบติลลีกีแอนด์กิบบินส์เปิดมาแล้วกว่า 30 ปี เกิดจากไอเดียของ คุณเดวิด ไลน์แมน หุ้นส่วนอาวุโสของ บริษัท ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ซึ่งเป็นสำนักงานกฎหมายชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักกฎหมายแห่งนี้ทำคดี
ด้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หลายคดี มีของก๊อปตัวอย่างเก็บไว้ไม่ต่ำกว่า 4,000 ชนิด จึงได้นำมาจัดแสดงวางเปรียบเทียบกับของจริงเพื่อให้ความรู้แก่ผู้มาเยี่ยมชม
ที่นี่หมุนเวียนจัดแสดงสินค้ากันไปเป็นรอบๆ เดิมทีสินค้าที่นำมาจัดแสดงจะมีเพียง 4 ประเภท ซึ่งเป็นสินค้ายอดนิยมที่ถูกเลียนแบบมากที่สุด ได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องสำอาง แต่ปัจจุบันสินค้าเลียนแบบแทบจะครอบคลุมอยู่ในสินค้าทุกประเภทที่คนเราใช้ในชีวิตประจำวันจึงต้องมีการเพิ่มหมวดหมู่และแบ่งได้เป็น 14 ประเภท
- เสื้อผ้าตัวอย่าง
เสื้อแบรนด์ Lacoste ที่ถูกปลอมเยอะมากๆ ถ้าเป็นของแท้ เวลาสวมใส่จระเข้จะหันไปทางซ้ายและลายบนตัวจระเข้ก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ - รองเท้า
ถ้าอยากได้รองเท้าแบรนด์แนมที่ saleหนักมากก็ต้องส่องกันนิดนึงว่ายี่ห้อ adidasหรือ abidas ความห่างของตัวอักษรตรงชื่อยี่ห้อก็บอกได้ - นาฬิกาและแว่นกันแดด
สองอย่างนี้มักจะปลอมได้เหมือนมากและค่อนข้างจะเสี่ยงได้ของปลอมถ้าสั่งซื้อผ่านออนไลน์ที่ไม่ใช่จาก shop ของร้านโดยตรง - เครื่องประดับ
เครื่องประดับดูของปลอมได้ยาก ถ้าดูที่ตัวผลิตภัณฑ์แล้วแยกไม่ออกลองสังเกตจากแพคเกจจิ้งจะเห็นความแตกต่างได้ง่ายกว่า - เครื่องสำอางและน้ำหอม
ความน่ากลัวของสินค้าประเภทนี้ คือ การใช้บรรจุภัณฑ์เป็นของแท้ แต่สินค้าข้างในขวดเป็นของปลอม ทำให้แยกไม่ออกจนกว่าจะลองใช้

- ยา
สินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรงและเป็นอันตรายมากหากเจอของปลอมเข้าไปก็ยังมีผู้ปลอมแปลงมาวางขายเกลื่อนตลาด - งานที่มีลิขสิทธิ์
หนังสือปลอมที่ถ่ายเอกสารมาจากของจริงแบบนี้ถือว่าผิดลิขสิทธิ์ทั้งงานเขียน งานภาพ และการออกแบบรูปเล่ม - อาหารและของใช้ในบ้าน
แม้จะเป็นของที่เราคุ้นเคยและราคาถูกอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่สังเกตให้ดีๆ ตอนซื้อ เราอาจจะได้กิน Overtime แทน Ovaltine ก็เป็นได้ - เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน
กาวยู้ฮูที่เราทาแล้วรู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะติด บางทีอาจไม่ใช่เพราะมันเสื่อมสภาพแต่เพราะมันเป็นของปลอม - เหล้าและบุหรี่
ของปลอมมักจะซ่อนอยู่ข้างในและเป็นของแท้แค่บรรจุภัณฑ์ บางทีเมาแล้วกินเหล้าปลอมเข้าไปก็อาจไม่รู้ตัวเหมือนกัน - ชิ้นส่วนยานยนต์
ก๊อปทั้งคันแล้วดูออกง่ายเกินก็ก๊อปมันแค่บางชิ้นส่วนซะเลย แต่ถึงจะก๊อปแค่ไฟหน้าหรือแฮนด์มอเตอร์ไซค์ก็ถือว่าปลอมอยู่ดี - เครื่องมือช่าง
แม้แต่ไขควง คีม ก็มีของปลอมด้วย อะไรพวกนี้อย่าคิดว่าซื้อแบบไหนก็ใช้ได้เหมือนกัน เพราะอาจจะเกิดอันตรายขณะใช้งานได้ - อุปกรณ์ไฟฟ้า
พอเข้าสู่ยุคดิจิตัลแบบนี้ อุปกรณ์ที่ต้องใช้แบตใช้ไฟฟ้ายิ่งถูกปลอมแปลงหนักมากขึ้นจนของปลอมระบาดไม่แพ้เสื้อผ้าแล้ว - ของเบ็ดเตล็ด
ของเล่น ของตกแต่งบ้าน หรือเครื่องดนตรี ส่วนใหญ่จะเป็นการลอกเลียนการออกแบบ และมักจะต่างกันที่สีและรายละเอียดเพียงเล็กน้อย


นอกจากเดินชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ที่นี่มีจัดอบรมเล็กๆ ให้ผู้มาเยือนได้รับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายการละเมิดสินค้าลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาด้วย เชื่อว่า
หากใครได้มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คงจะพอรู้เท่าทันคนที่มาหลอกขายของปลอมให้เรามากขึ้น และในอีกแง่หนึ่งก็คงจะเข้าใจมุมของผู้ผลิตของแท้มากขึ้นด้วยว่า เขาต้องลำบากแค่ไหนกว่าจะสร้างชิ้นงานคุณภาพขึ้นมาได้สักชิ้น
ใครที่มีทัศนคติว่า “ใช้ของปลอมไม่เห็นจะผิดตรงไหน” เราอยากให้ลองคิดถึงอีกมุมหนึ่งด้วยว่า “การใช้ของปลอมคือการสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย” และจริงๆ แล้ว ยังมีสินค้าของแท้อีกมากมายที่แม้ไม่ใช่แบรนด์พรีเมี่ยม แต่ก็มีคุณภาพและราคาที่ จับต้องได้รอให้เราไปสนับสนุน
