NETFLIX CEO

0

Reed Hastings
รีด แฮสติงส์ ผู้นำสื่อบันเทิงออนไลน์ 

“ใครเป็นสมาชิกเน็ตฟลิกซ์แล้วบ้าง” คำถามนี้ บรรดาคอหนังคอซีรีส์คงจะยกมือกันให้พรึ่บ เพราะเวลานี้ไม่มีสื่อเจ้าไหนที่มีหนังและซีรีส์ให้เลือกดูได้มากเท่ากับเน็ตฟลิกซ์ เรียกว่าเอาใจคอหนังออนไลน์ยุคนี้กันสุดๆ จนหลายคนเข้าใจว่าเน็ตฟลิกซ์เป็นธุรกิจใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในยุค 4G 5G นี้เอง แต่ที่จริงแล้วเน็ตฟลิกซ์มีมาตั้งแต่ยุค 90 ซึ่งเป็นยุคที่ธุรกิจร้านเช่า VDO กำลังบูมสุดๆ

รีด แฮสติงส์ (Reed Hastings) CEO คนปัจจุบันของเน็ตฟลิกซ์เขาเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่มีความสามารถหนีรอดจากการถูกเทคโนโลยี disrupt และกลายมาเป็นผู้นำด้านสื่อออนไลน์ที่ทรงอิทธิพลของโลกในขณะนี้ แฮสติงส์มีชื่อจริงว่า วิลมอต รีด แฮสติงส์ จูเนียร์ (Wilmot Reed Hastings Jr.) เป็นชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 1960 ที่เมืองบอสตัน ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ในครอบครัวที่มีหัวทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรม ซึ่งก็ถ่ายทอดมาสู่เขาด้วย

แฮสติงส์ศึกษาชั้นมัธยมฯ ที่ Buckingham Browne & Nichols School เคยผ่านการฝึกฝนในหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐ ก่อนจะศึกษาระดับปริญญาตรีที่ Bowdoin College และเข้าฝึกงานกับหน่วยสันติภาพอเมริกาที่ทำงานด้านบริการสังคม ซึ่งแฮสติงส์เคยไปช่วยเหลือสังคมกึ่งๆ ผจญภัยในแอฟริกา เป็นประสบการณ์สำคัญที่ทำให้เขาเป็นคนกล้าคิดกล้าเสี่ยง เขาเป็นครูสอนคณิตศาสตร์อยู่ในสวาซิแลนด์ (เอสวาตินี) 2 ปี และกลับมาเรียนจนจบปริญญาโทที่ StanfordUniversity ในสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ เมื่อปี 1988

งานแรกที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของเขาคือ เป็นหน่วยคิดค้นเครื่องมือแก้ข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์ที่บริษัท Adaptive Corporation เขาได้เรียนรู้จากการทำงานที่นี่ว่า ควรมุ่งผลิตงานชิ้นเดียวให้ดีที่สุด มากกว่าผลิตงานหลายชิ้นแต่ไม่ดีพอ เมื่อได้ประสบการณ์พอสมควรแล้วเขาจึงออกมาตั้งบริษัท Pure Software เป็นของตนเองในปี 1991 มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์เพื่อแก้ปัญหาซอฟต์แวร์
ให้องค์กรต่างๆ ซึ่งเขาก็ขายผลิตภัณฑ์ได้ตรงจุดจนบริษัทเติบโตขึ้นเร็วมาก เร็วเกินไปจนแฮสติงส์รู้สึกว่าเขาไม่พร้อมสำหรับการเป็น CEO ในตอนนั้นเขายังขาดความมั่นใจด้านการบริหาร

บริษัท Pure Software ของเขาประกาศขายกิจการในปี 1995 และควบรวมเข้ากับ Atria Software แฮสติงส์มองว่าผลิตภัณฑ์จากทั้งสองบริษัทจะร่วมกันแก้ bugs ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นการผนึกกำลังด้านการขายร่วมกัน แต่ผลก็ไม่เป็นไปตามคาด ปีต่อมา บริษัทได้ถูกซื้อกิจการโดย Rational Software แฮสติงส์ถูกวางตัวในตำแหน่งงาน Chief Technical Officer (หัวหน้าเจ้าหน้าที่เทคนิค) แต่เขาก็ลาออก และนำประสบการณ์จากธุรกิจแรกมาเป็นบทเรียนสำหรับธุรกิจต่อไปที่เขามีแผนไว้แล้ว

ในปี 1997 แฮสติงส์ก่อตั้งบริษัทเน็ตฟลิกซ์ (Netflix, Inc.) ร่วมกับ มาร์ค แรนดอล์ฟ (Marc Randolph) อดีตนักการตลาดในบริษัทของแฮสติงส์ เน็ตฟลิกซ์เริ่มจากการเป็นธุรกิจผู้ให้บริการจำหน่ายและเช่า DVDs หนังผ่านอีเมล เหตุผลที่พวกเขาเลือกธุรกิจเช่าหนังเพราะชื่นชมแพลตฟอร์ม e-commerce ของ Amazon.com ประกอบกับในยุคนั้น DVDs ถือเป็นสิ่งใหม่ที่กำลังมาแทนม้วน VDO เมื่อรวมกับการที่พวกเขาชอบดูหนังด้วยแล้วจึงเกิดเป็นธุรกิจเช่าหนังออนไลน์เจ้าแรกของโลก

มีคำกล่าวว่าที่แฮสติงส์สนใจก่อตั้งเน็ตฟลิกซ์ เพราะเขาเคยถูก Blockbuster ร้านเช่า VDO เจ้าใหญ่ปรับถึง 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะคืนหนังที่เช่ามาช้าไป 6 สัปดาห์ แต่ข้อความนี้ก็ไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เขาทำธุรกิจนี้จริง หรือเป็นเพียงการบลัฟกันตามประสาคู่แข่งทางธุรกิจ

แฮสติงส์และแรนดอล์ฟทำให้เน็ตฟลิกซ์แตกต่างจากร้านเช่าหนังอื่นๆ ด้วยการให้ลูกค้าเลือกหนังที่จะดูผ่านเว็บไซต์ จากนั้นบริษัทจะจัดส่ง DVDs ไปให้ทางไปรษณีย์ จุดเด่นของบริษัท คือ หนึ่ง การสมัครสมาชิกแบบรายเดือนโดยไม่กำหนดจำนวนวันยืมและไม่เสียค่าปรับ พร้อมเลือกหนังที่จะดูกี่เรื่อง
ก็ได้ สอง ระบบคิวที่ให้สมาชิกจัดลำดับ DVDs ที่อยากให้ส่งก่อนและหลัง สาม การส่งเรื่องใหม่ทันทีที่สมาชิกคืนเรื่องเก่ามา ซึ่ง 3 ข้อนี้ผลักดันให้เน็ตฟลิกซ์เติบโตขึ้นภายในเวลาเพียง 3 ปี และเข้าสู่ตลาดหุ้นได้ในปี 2002 หลังจากนั้น 2 ปีแรนดอล์ฟก็ลาออกจากบริษัท เหลือเพียงแฮสติงส์ที่นำพาธุรกิจให้เดินหน้าต่อไป

แฮสติงส์ทำให้เน็ตฟลิกซ์เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงกลางทศวรรษที่ 2000 อินเทอร์เน็ตได้พัฒนาขึ้นมากจนเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจเช่าหนังเพราะคนพากันโหลดหนังเองจนยอดสมาชิกหาย แฮสติงส์คาดไว้ว่าวันนี้จะมาถึง เขาจึงคิดโปรเจคต์ “Netflix Box” ที่ให้ลูกค้าดาวน์โหลดหนังได้ทั้งคืนและเปิดดูได้ทันทีในวันถัดมาซึ่งเขาได้ซื้อลิขสิทธิ์หนังเตรียมไว้แล้ว แต่เขาก็หยุดโปรเจคต์นี้ทันทีเมื่อเห็นความสำเร็จของ YouTube เขาตัดสินใจเปลี่ยนแผนธุรกิจหลักของตนมาสู่ความเป็นสื่อ streaming จนในปี 2007 เน็ตฟลิกซ์ก็ได้เป็นผู้ให้บริการ VDO Streaming เจ้าแรกของโลกและเป็นผู้นำด้านนี้มาจนถึงปัจจุบัน

จากผู้ให้เช่า DVDs ออนไลน์ กลายเป็นธุรกิจที่นำเสนอรายการต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะภาพยนตร์และซีรีส์ รวมทั้งเป็นผู้ผลิตรายการเองด้วย แฮสติงส์พาเน็ตฟลิกซ์ปรับตัวตามยุคสมัยจนเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสื่อ streaming ก็กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด เจ้าแห่งเทคโนโลยีอย่าง Apple และเจ้าแห่งการทำหนังอย่าง Disney พร้อมแล้วที่จะผลิต content มาแย่งลูกค้าไปจากเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งแฮสติงส์รู้ดี และโจทย์ใหญ่ขณะนี้ของเขาคือ จะสร้าง content อย่างไรเพื่อตรึงคนดูให้อยู่กับเน็ตฟลิกซ์

รวบรวมเรียบเรียงจาก:
https://en.wikipedia.org/wiki/Reed_Hastings#cite_note-PCOLBusinessweek-14
https://en.wikipedia.org/wiki/Netflix
https://en.wikipedia.org/wiki/Marc_Randolph
https://www.thestreet.com/lifestyle/who-owns-netflix-14652044
ที่มาภาพ
https://www.netflix.com
https://in.news.yahoo.com/netflix-rallying-ahead-earnings-nflx-111600901.html
http://archive.boston.com/business/technology/https://www.thestar.com/life/technology/
https://wagcenter.com/author/miva/page/17/
https://www.gettyimages.com/photos/
https://www.kissclipart.com
https://www.businessinsider.sg/2015/09/page/216/
Share.