สิงห์ ขึ้นชื่อว่าเวลาทำอะไรแล้วเราทำกันด้วยใจจริง ไม่ได้เพียงแต่ทำเพื่อโฆษณาตัวเองอย่างที่หลายๆ บริษัททำกันจนเป็นเรื่องปกติในสมัยนี้ แต่ด้วยเราเป็นบริษัทที่เก่าแก่ มีวัฒนธรรมที่ชัดเจนและถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้หลายอย่างที่เราทำมาเสมออาจจะดูแปลกตาสำหรับคนในปัจจุบัน
เคยเห็นหลายคนถามในสื่อโซเชียลสมัยนี้ว่า “สิงห์ทำอะไรให้สังคมบ้าง” หรือบ้างก็บอกเลยว่า “ไม่เห็นเคยเห็นว่าสิงห์ทำอะไรให้สังคมเท่ากับบริษัทอื่นเลย” ชาวสิงห์หลายคนก็เกิดของขึ้นกันพอสมควร เพราะจริงแล้วเราทำกันมานานแล้วเพียงแต่ไม่โฆษณา ด้วยเรามีวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากคนสมัยก่อนว่า ทำดีแล้วไม่ต้องโฆษณาเพราะถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลและส่วนตัวบริษัท แต่ในสมัยนี้กลายเป็นว่า ทำแล้วต้องโฆษณา บางคนก็ทำน้อยแต่โฆษณาเยอะ ซึ่งจะให้ชาวสิงห์ทำอย่างนั้นก็ทำไม่เป็นอีก พวกเราหลายคนยังคงคิดว่าทำไมทำแล้วต้องประกาศด้วย ไม่ใช่วิถีของไทยแต่เดิม เรายังยึดติดกับเรื่องแบบนี้อยู่เพราะเป็นสิ่งที่ท่านผู้สร้างบริษัทท่านสอนมาจนกลายเป็น DNA ของบริษัทไปแล้ว จะล้าสมัยหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญคือเราชาวสิงห์ยังทำต่อไป และทำต่อยอดจากอดีตตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีคำจำกัดความว่า Corporate Social Responsibility หรือ CSR และเป็นการทำด้วยใจจริง ไม่ต้องไปแข่งกับใครหรือทำเพื่อเอาหน้า

มาวันนี้ สิงห์ทำโครงการ Crossroads ที่ประเทศมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ระดับโลกและยังไม่เคยมีใครทำโครงการใหญ่ขนาดนี้มาก่อนในมัลดีฟส์ เมื่อสิงห์ได้เข้าไปทำแล้ว เราก็ยังทำเช่นเดิมอย่างที่เราทำมาตลอดตาม DNA ในแบบสิงห์ คือ การทำธุรกิจที่ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งรอบข้างทั้งคนท้องถิ่น สภาพแวดล้อม และการให้ความช่วยเหลือสังคมในทุกๆ ทางที่เรากระทำได้ เพราะแม้ว่า สิงห์ เอสเตท ผู้ดำเนินโครงการจะเป็นบริษัทน้องใหม่ในเครือบุญรอด อีกทั้งเป็นบริษัทมหาชนแห่งแรกในกลุ่มด้วย แต่ท้ายสุด DNA ของความเป็นสิงห์และคำสอนเรื่องการดูแลคนดูแลสังคมของพระยาภิรมย์ภักดี ก็ได้ซึมซับเข้าไปในบริษัทน้องใหม่นี้ด้วยเช่นกัน
ในส่วนของโปรเจคต์ Crossroads ทางรัฐบาลมัลดีฟส์ได้มอบให้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นผู้รับโครงการถมเกาะ โดยผู้ที่นำทัพเดินหน้าในครั้งนี้ คือ ดร. ชญานิน เทพาคำ เหลนของพระยาภิรมย์ภักดี มีคุณสันติ ภิรมย์ภักดี ดูโครงการในกรอบกว้างและชี้แนะผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานระดับนานาชาติ และมีคู่ของนายชัยภัฏ จาตุรงคกุล และ นายพิทักษ์พงศ์ พรพิบูลย์ เป็นตัวแทนติดต่อประสานงานกับรัฐบาล มัลดีฟส์ โดยโครงการได้รับการส่งต่อไปยังสิงห์ เอสเตท ภายใต้การนำทัพของคุณ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี และ คุณนริศ เชยกลิ่น และทีมงาน ในการดำเนินธุรกิจการโรงแรมต่อไป ชื่อของสิงห์จึงได้ขยายออกไปสู่ต่างประเทศในอีกแบบที่นอกเหนือจากเบียร์และเครื่องดื่ม รวมทั้งวิสัยทัศน์ของ พระยาภิรมย์ภักดีก็ได้แผ่ออกไปกว้างยิ่งขึ้น หากจะถามว่าโปรเจคต์ Crossroads นี้ เรา “ให้” อะไรบ้าง ก็จะแบ่งให้ดูกว้างๆ ดังนี้
ให้สิ่งแวดล้อมยังคงอยู่
เรื่องของสิ่งแวดล้อมดูจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเกาะ Crossroads นี้ตั้งอยู่บนปะการังซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่สำคัญยิ่งของโลกใต้ทะเล การก่อสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา หากทำไม่ถูกวิธีก็จะกลายเป็นไป disruptวิถีชีวิตของเขา ทำให้เขาตายได้ง่าย ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อชีวิตของสัตว์ใต้ทะเลอื่นๆเป็นห่วงโซ่ต่อกันไปอย่างไม่รู้จบ เราจึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาทางทะเลมาช่วยดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเขาก็ได้เข้ามาศึกษา มองหาแนวทางการก่อสร้างที่จะส่งผลกระทบต่อปะการังให้น้อยที่สุด รวมทั้งได้ช่วยกำเนิดโครงการดูแลและสร้างปะการังขึ้นที่เกาะอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
นอกจากนี้ เราได้เปลี่ยนแปลนแรกที่จะสร้างเมืองขึ้นบนหมู่เกาะด้านหนึ่ง ให้เปลี่ยนทิศทางไปเป็นอีกด้านหนึ่งโดยสิ้นเชิง เพียงเพราะเราพบว่าจุดที่เราจะทำการก่อสร้างนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของ “เต่ากระ” สัตว์ทะเลหายากที่มีความสำคัญมากของมัลดีฟส์ เราจึงเลือกที่จะไม่แตะพื้นที่นั้นเลยและเปลี่ยนแปลนการก่อสร้างใหม่ เพื่อจะได้ไม่กระทบกับผู้อยู่อาศัยแต่เดิม การก่อสร้างเกาะกลางทะเลของเรานี้ได้มีการทำงานคู่กับหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องรวมถึง NGO ระดับโลกด้วย เพื่อให้เห็นว่าเราไม่ต้องการให้เกิดผลเสียกับสิ่งแวดล้อมจริงๆ
ให้ “พื้นที่” กับคนท้องถิ่น

ใครที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวมัลดีฟส์จะทราบว่า “มาเล่” เมืองหลวงของประเทศเขาแน่นขนัดขนาดไหน มีการใช้พื้นที่ทุกกระเบียดนิ้วอย่างเต็มที่จนต้องเกิดการขยายเมืองไปสู่อีกเกาะหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง เรียกว่า ฮูฮูมาเล่ หรือ มาเล่ใหม่ เพื่อสร้างเป็นที่ตั้งของสนามบินและเมืองใหม่ ด้วยเมืองหลวงเดิมของเขาไม่สามารถขยายได้แล้ว เกาะเมืองใหม่และเกาะเมืองเก่านี้จะเชื่อมกันด้วยสะพานขนาดใหญ่ที่จีนมาเป็นผู้สร้างให้
แต่เดิม ฮูฮูมาเล่ และอีกเกาะหนึ่งเป็นเกาะที่ปกติจะใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนของชาวเมืองมาเล่ แต่เมื่อมีการแปรสภาพการใช้งานบนเกาะทั้งสองที่ก็เปลี่ยนไป ทำให้ชาวมาเล่ขาดสถานที่ท่องเที่ยวและ ที่พักผ่อน การสร้างเกาะหลักในเขตที่สิงห์ได้รับสัมปทานมาเลยมีข้อแม้ให้มีศูนย์ประชุมใหญ่ให้คนของเขา มีพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่บอกความเป็นมาของประเทศ (แม้ว่าเขาจะมีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอยู่บนเกาะมาเล่แล้วก็ตาม) รวมถึงมีศูนย์ที่แสดงความสำคัญของโลกใต้น้ำ
อีกประการหนึ่ง การที่ชาวเมืองต้องเสียที่ที่เคยใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้พวกเขาขาดพื้นที่หัดว่ายน้ำไปด้วย สิงห์จึงได้สร้างชายหาดสำหรับฝึกว่ายน้ำให้กับพวกเขา โดยเรามีทรายที่เหลือจากการก่อสร้างเกาะ หลายคนอาจจะงงว่า มัลดีฟส์เองล้อมรอบไปด้วยน้ำ ร้อยละ 90 ของประเทศ แต่เหตุใดจึงไม่มีพื้นที่หัดว่ายน้ำ นั่นเพราะทะเลมัลดีฟส์ส่วนใหญ่เป็นน้ำลึกและเป็นสถานที่เปิด เป็นหมู่เกาะบนริมปากภูเขาไฟเก่าที่น้ำทะเลจะมีความลึกและมีแรงน้ำวิ่งอยู่ใต้น้ำมาก คาดการณ์ได้ยากว่าแรงน้ำนั้นจะมาเมื่อใดและมีความแรงเท่าใด คนมัลดีฟส์จึงต้องการสถานที่ปิดในการฝึกว่ายน้ำ เพื่อไม่ให้มีแรงน้ำที่จะดูดคนหัดว่ายใหม่


ให้ความใส่ใจพนักงาน
ชาวมัลดีฟส์ได้กล่าวไว้ว่า หากจะดูว่าโรงแรมในมัลดีฟส์เป็นระดับ 5 ดาวจริง อย่าดูที่ความหรูของห้องหรืออาหารที่เสิร์ฟ แต่ให้ดูที่ “ด้านหลัง” ของทุกโรงแรมว่าดูแลพนักงานดีขนาดไหน เพราะการที่พนักงานมีความสุข โรงแรมนั้นจะมีเซอร์วิสที่ดีที่สุดไปด้วย
เมื่อสิงห์เริ่มวางแผนที่จะสร้างอาคารบนเกาะแล้ว สิ่งแรกที่คุณสันติกล่าว คือ ให้สร้างสถานที่ทางศาสนาของเขาก่อนและสร้างให้ดีที่สุด เพราะด้วยชาวมัลดีฟส์เป็นมุสลิมที่ต้องบูชาพระเจ้าบ่อยครั้ง ชีวิตส่วนใหญ่ของเขาก็จะอยู่ที่มัสยิดด้วย อาคารแรกของเกาะจึงกลายเป็นมัสยิด ต่อมาก็สร้างส่วนที่พักและเมืองของพนักงานต่อ จะเป็นที่พักที่สามารถจุคนได้เกือบ 2 พันคน มีโรงอาหารกว้างขวางที่เสิร์ฟอาหารที่ดีให้กับพนักงานทุกคน โดยมีเมนูให้เห็นอาทิตย์ต่ออาทิตย์ มีสถานที่พักผ่อน ห้องเกมส์ และสถานที่ออกกำลังกายที่ครบครัน รวมถึงสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ที่ปูด้วยหญ้าเทียมอย่างดีและสนามวอลเลย์บอลด้วย
ให้แหล่งท่องเที่ยวครบวงจร
ปกติ เกาะมัลดีฟส์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รีสอร์ทส่วนใหญ่จะมีราคาสูงมาก คนทั่วไปจะไม่มีโอกาสมาเที่ยว เพราะทั้งค่าที่พักก็แพงแล้วค่าอาหารและเครื่องดื่มก็แพงมากด้วยอีกเพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องนำเข้าทั้งสิ้น แต่ด้วยโครงการ Crossroads นี้ ดึงราคาลงเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลมัลดีฟส์ที่จะให้คนทั่วไปมีโอกาสมาเที่ยวมัลดีฟส์มากขึ้น ราคาค่าที่พักและอาหารจึงมีราคาที่ย่อมเยาลงกว่าปกติ จึงทำให้คนมัลดีฟส์เอง ซึ่งในอดีตก็ไม่สามารถไปท่องเที่ยวที่เกาะอื่นได้ สามารถหาแพ็คเกจมาพักที่โรงแรม Hard Rock หรือ SAii ของสิงห์ เอสเตทได้ กลายเป็นสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่สำหรับชาวท้องถิ่นด้วย ไม่แตกต่างจากคนไทยที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดของเราเองเลย แต่ของเขาไม่สามารถกระทำได้มากในอดีต ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีที่อื่นที่จะไปได้ แต่ด้วยประเทศมัลดีฟส์ประกอบด้วยหมู่เกาะมากมาย มีความยาวจากเหนือจรดใต้กว่า 800 กิโลเมตร ต้องเดินทางด้วยเครื่องบินน้ำซึ่งมีราคาที่สูงมาก ทำให้ไม่สามารถเดินทางกันได้ง่ายๆ
ในขณะนี้ ศูนย์ประชุมใหญ่บนเกาะ Crossroads สร้างเสร็จแล้ว เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม รวมถึงที่จอดเรือยอร์ชแห่งแรกของประเทศมัลดีฟส์ ชาวเมืองก็เริ่มมาใช้ประชุมและจัดเด็กนักเรียนมาเยี่ยมชมกันแล้ว เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย Crossroads ก็จะเป็นสถานที่ที่ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวมาใช้บริการและพักผ่อนได้ มีศูนย์แสดงและจำหน่ายงานศิลปะหัตถกรรมพื้นเมืองด้วย นอกจากนี้ยังจะเป็นเมืองใหม่ที่ชาวเมืองต่างก็หันมาอยากทำงานกับเรามากยิ่งขึ้น



” หากพระยาภิรมย์ภักดีได้มาเห็นการขยายธุรกิจของลูกหลานเหลนของท่านได้ น่าจะพอใจอยู่ ทั้งในเรื่องการทำธุรกิจไปต่างแขนง และการดูแลทุกสิ่งรอบข้างตามแนวทางการทำธุรกิจที่รับสืบทอด DNA มาจากท่าน ถือเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจมากจริงๆ “

