Follow The Winner of COP Hackathon 2025

0

To Take a look 8 Pavilions at the World Expo Osaka 2025

เมื่อปีที่ผ่านมา โครงการ COP HACKATHON 2025 ภายใต้หัวข้อ Sustainable Process Improvement จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมในการพัฒนาระบบและกระบวนการทำงานให้สามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ผู้คน และสังคม โดยมีทีมร่วมสมัครทั้งสิ้น 22 ทีม

จากการแข่งขันรอบสุดท้ายในวันที่ 24 กันยายน 2568 เราได้ทีมที่ชนะเลิศการแข่งขัน ได้แก่ “EcoFix” ด้วยคะแนน 85.2 และทีม EcoFix ได้เป็นตัวแทนไปศึกษาดูงาน World Expo Osaka 2025 ณ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 6-10 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา

สมาชิกในทีมจึงได้นำความรู้และข้อคิดจากการไปดูงานในครั้งนั้นกลับมาแชร์ และนำแนวคิดที่ได้มาประยุกต์และสรรสร้างไอเดียใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในองค์กร พร้อมให้ความใส่ใจชุมชนและสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน

World Expo Osaka 2025 : กับแนวคิดแห่งความยั่งยืน

World Expo Osaka 2025 งานมหกรรมที่จัดขึ้นทุก 5 ปี เพื่อแสดงนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และแนวคิดใหม่ๆ อันสะท้อนแนวคิดที่สำคัญต่ออนาคตของมนุษยชาติ งานจัดขึ้นที่เกาะยูเมะชิมะ (Yumeshima Island) ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรม นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่ญี่ปุ่นได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ หลังจากเคยจัดงานที่โอซาก้าเมื่อปี ค.ศ. 1970

ธีมหลักของงานครั้งนี้ คือ “Designing Future Society for Our Lives – ออกแบบสังคมแห่งอนาคตเพื่อชีวิตของเรา” ซึ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต การแก้ปัญหาสังคม และการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ พาวิลเลียน (Pavilion) ที่แสดงผลงานกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ตลอดจนนิทรรศการที่แสดงนวัตกรรมด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ การเชื่อมต่อทางดิจิทัล และการใช้พลังงานสะอาด ผ่านวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ ซึ่งทีม The Winner of COP Hackathon 2025 สรุปแนวคิดที่น่าสนใจจาก 8 พาวิลเลียนไว้เป็นไอเดียที่อาจนำไปต่อยอดในองค์กรได้

Osaka Healthcare Pavilion  Nest for Reborn “รังนกแห่งชีวิต”

อาคารที่สื่อสารเกี่ยวกับการเกิดใหม่และการฟื้นคืนชีวิตใหม่ ลักษณะอาคารคล้ายรังนก นำเสนอเรื่องราวความสำคัญของการรักษาสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยอยู่ร่วมกับสังคมเมืองและเทคโนโลยีได้อย่างยั่งยืน

ตัวอย่างนวัตกรรม เครื่องซักมนุษย์แห่งอนาคต (Future Human Washing Machine) ที่ใช้เทคโนโลยีฟองอากาศจิ๋วและระบบเซนเซอร์ชีวภาพในการตรวจวัดสภาพร่างกาย เพื่อปรับแสง สี เสียง รวมถึงแรงดันน้ำให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน การทำงานของเครื่องจะไม่ใช่เพียงการทำความสะอาด แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกผ่อนคลาย เหมือนได้ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจใหม่อีกครั้ง

แนวคิดที่ได้ การจัด “นิทรรศการการเรียนรู้” ที่แต่ละหน่วยงานมีบูธนำเสนอองค์ความรู้และนวัตกรรมของแต่ละหน่วยงาน เพื่อเป็นพื้นที่ให้พนักงานได้สำรวจเนื้อหาในหัวข้อที่สนใจ พร้อมทดลองเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนร่วมงานต่างสายงาน ต่อยอดเป็นไอเดียใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้จริงได้ในที่สุด

เรื่องโดย ชลิตา เอี่ยมแจง
Junior Knowledge Management Officer
____________________________________________________

 

Pasona Natureverse Thank you, Life “ขอบคุณนะ ชีวิต”

อาคารนี้ออกแบบด้วยรูปทรงเกลียวของแอมโมไนต์ (Ammonites) สัญลักษณ์ของชีวิต ภายในเล่านวัตกรรมและชีวิตมนุษย์ผ่านตัวละครเอกจากเรื่อง Astro Boy (เจ้าหนูอะตอม) ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่มีชีวิตและอารมณ์เหมือนมนุษย์ เน้นส่งเสริมสุขภาพกาย ใจ และสังคม มุ่งหวังให้ผู้ชมรู้สึกซาบซึ้งในชีวิต ผ่านการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชีวิต และภูมิปัญญาของมนุษยชาติ

ตัวอย่างนวัตกรรม หัวใจ iPS อนาคตของการรักษาหัวใจด้วยแผ่นกล้ามเนื้อหัวใจ (Myocardial Sheet) ที่สร้างจากเซลล์ต้นกำเนิดจากเซลล์ของผู้ป่วยเอง ทำให้ไม่ต้องรอคิวการเปลี่ยนหัวใจที่ต้องหาเซลล์ที่เข้ากันได้และลดโอกาสการต่อต้านของภูมิคุ้มกัน

แนวคิดที่ได้ เทรนด์รักสุขภาพมาแรงเป็นอันดับต้นๆ สำหรับคนทุกเพศทุกวัย และกลายเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิต การทำ Product ใหม่ จึงต้องมีมุมที่สอดคล้องกับ Healthy Lifestyle ของ Target และสร้างความแตกต่างอย่างมีคุณค่า จนเกิดการบอกต่อและซื้อซ้ำ ส่งผลให้ Products Life Cycle ยืนยาว ไม่ใช่เพียงกระแสลองกินลองใช้ตอนเปิดตัวสินค้าใหม่เท่านั้น

เรื่องโดย พิสิฐกานต์ ฉัตรจรัสแสง
Senior Knowledge Management Manager
____________________________________________________

 

Saudi Arabia Pavilion Vision of the Future – From Desert to Sustainability “วิสัยทัศน์แห่งอนาคต – จากทะเลทรายสู่ความยั่งยืน”

เรื่องราวของซาอุดีอาระเบียที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านจากสังคมที่พึ่งพาน้ำมันไปสู่ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดและนวัตกรรมที่ยั่งยืน ภายใต้แผนการปฏิรูปของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย “Vision 2030”

ตัวอย่างนวัตกรรม อาคารหายใจได้ที่คำนวณทิศทางลมและแสงแดดเพื่อให้ลมผ่านตัวอาคารอย่างนุ่มนวลโดยพึ่งพาเครื่องปรับอากาศให้น้อยที่สุด ตัวอาคารถอดเคลื่อนย้ายได้หลังจบงาน จึงไม่ก่อให้เกิดเศษซากจากการก่อสร้าง ตัวโครงสร้างที่ผลิตจากเหล็กและอะลูมิเนียมรีไซเคิล หลังคาที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สำหรับผลิตไฟฟ้าในอาคาร ร่วมกับระบบเก็บน้ำฝน ที่นำมาใช้รดพืชพรรณในสวนภายนอกอาคาร

แนวคิดที่ได้ “การออกแบบเพื่อชีวิต” การออกแบบที่ไม่ได้เน้นความหรูหราหรือความทันสมัย แต่เน้น “คุณค่า” ที่จะส่งต่อให้กับผู้คนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว แนวคิดนี้ช่วยเตือนว่า ไม่ว่าเราจะทำงานในสายใด วิศวกรรม บริหาร หรือการผลิต ความสำเร็จที่แท้จริงของงานไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการสร้างสิ่งนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและโลกในอนาคตด้วย

เรื่องโดย เอกศิษฎิ์ พันธ์ธนนันท์
วิศวกรออกแบบเครื่องจักรการผลิต
____________________________________________________

 

Japan Pavilion Between Lives “ความสัมพันธ์ระหว่างชีวิต”

อาคารรูปวงแหวนไม้ขนาดใหญ่ สร้างจากวัสดุ CLT (Cross-Laminated Timber) เมื่อแสงและลมลอดผ่านช่องระหว่างแผ่นไม้จะรู้สึกถึงเงาที่เคลื่อนไหวตามกาลเวลา สื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ นอกจากนี้ วัสดุทั้งหมดสามารถนำกลับไปใช้ซ้ำได้ แสดงให้เห็นถึงแนวคิด Circular Design ที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ

ตัวอย่างนวัตกรรม ระบบหมุนเวียนน้ำและพลังงานชีวภาพใน Pavilion โดยนำเศษอาหารและน้ำเสียจากงาน Expo มาแปรสภาพเป็นพลังงานชีวภาพผ่าน Biogas Plant และระบบ Carbon Recycling

แนวคิดที่ได้ ในมุมของนักพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ ได้เห็นถึงแนวทางของ Circular Packaging Design การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้แยกชิ้นส่วนได้ง่าย ทั้งฝา ฉลาก และขวด PET เพื่อให้ผลิตภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างสมบูรณ์ หรือการเลือกใช้วัสดุแบบ Mono-Material ซึ่งช่วยลดการปนเปื้อนของวัสดุ ทำให้การนำกลับมาใช้ใหม่เป็นไปได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรื่องโดย ณฐมน พรหมดวงดี
นักวิทยาศาสตร์-บรรจุภัณฑ์ 2
____________________________________________________

 

Germany Pavilion Circularity “วงจรแห่งความยั่งยืน”

ทุกส่วนของการออกแบบอาคาร ผสานระบบนิเวศทางธรรมชาติ เข้ากับเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์การเยี่ยมชมที่มีชีวิตชีวา รวมทั้งมีการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้วัสดุหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ (Fully circular) สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทุกส่วน

ตัวอย่างนวัตกรรม นิทรรศการเชิงอารมณ์และประสาทสัมผัส ที่ผู้เยี่ยมชมจะได้สัมผัสการใช้ชีวิตในสังคมที่มีการใช้งานสิ่งต่างๆ หมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยออกแบบมาให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกว่าอยู่ในอีกโลกหนึ่ง (Immersive Spatial Experiences) รวมถึงมีการลองเสื้อผ้าเสมือนจริงที่ทำจากวัสดุที่ไม่ธรรมดา เช่น หนังจากเห็ดหรือขนสุนัข

แนวคิดที่ได้ ระบบคิดแบบหมุนเวียน (Circular Thinking) ที่ผสมผสานนวัตกรรม วัสดุที่ยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของผู้คน กระตุ้นให้ผู้ชมตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน แนวคิดดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวางในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับทั้งการผลิต ภาพลักษณ์แบรนด์ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น

เรื่องโดย ปุณยภา จำปาดิษฐ์
นักวิทยาศาสตร์-บรรจุภัณฑ์ 1
____________________________________________________

 

Joint Pavilion: Iida Group × Osaka Metropolitan University Sustainable Urban Living “การใช้ชีวิตเมืองอย่างยั่งยืน”

อาคารนี้นำเสนอแนวคิดการสร้างชุมชนเมืองอัจฉริยะและยั่งยืน โดยคำนึงถึง 3 แกนหลัก ได้แก่ การบูรณาการองค์ความรู้จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง การออกแบบที่อยู่อาศัยที่ลดการใช้พลังงานและใช้พลังงานสะอาด และการออกแบบที่อยู่อาศัยที่เน้นคุณภาพชีวิตของผู้คน

ตัวอย่างนวัตกรรม ระบบเมืองจำลองอัจฉริยะในอนาคตที่ผสานเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และชีวิตคนเมืองเข้าด้วยกันอย่างสมดุล ผ่าน AI Urban Simulator รวมถึงนวัตกรรม Artificial Photosynthesis (การสังเคราะห์แสงเทียม) เทคโนโลยีที่เลียนแบบกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ เปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้กลายเป็นสารที่ให้พลังงาน สามารถนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าหรือเป็นเชื้อเพลิงสะอาดได้

แนวคิดที่ได้ แนวคิดการติดตั้งระบบ “สังเคราะห์แสงเทียม” เพื่อดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากปล่องระบายอากาศของโรงงานผลิต เพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงานสะอาดกลับมาใช้ในองค์กร เช่น ใช้ผลิตไฟฟ้า หรือเป็นพลังงานสำรองสำหรับเครื่องจักร

เรื่องโดย เพิ่มทรัพย์ สุขแสงจันทร์
ผู้จัดการแผนกพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี
____________________________________________________

 Blue Ocean Dome Pavilion Revitalization of the Ocean “การฟื้นฟูชีวิตให้มหาสมุทร”

ตัวอาคารได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบาโดยใช้วัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ประกอบด้วย ไม้ไผ่ (Bamboo) คาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) และท่อแกนกระดาษ (Paper Tube) หลังจากจบงาน Expo แล้ว วัสดุเหล่านี้สามารถรื้อถอน และนำไปใช้งานต่อได้ ซึ่งจะมีการส่งต่อไปที่มัลดีฟส์

ตัวอย่างนวัตกรรม การดีไซน์เพื่อต่อยอดหรือเปลี่ยน “ขยะในทะเล” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือวัสดุที่นำกลับมาใช้หมุนเวียนต่อได้แบบครบวงจร เช่น การนำเส้นด้ายจากอวน มาทำเป็น Shrink Filmสำหรับการผลิตในอุตสาหกรรม ตลอดจนการดีไซน์ที่นำเสนอด้วยไม้ไผ่ สื่อถึงวงจรของน้ำ และ Hemispherical Screen ที่เล่าถึงการกำเนิดสิ่งมีชีวิตในทะเล

แนวคิดที่ได้ “ทุกความรู้ที่มีต้องนำมาใช้ต่อไม่ปล่อยให้สูญเปล่า” เหมือนกับหยดน้ำจาก Blue Ocean Dome ทางหน่วยงาน Knowledge Management ตระหนักว่าพนักงานในองค์กรที่มีความรู้ ก็เหมือนกับหยดน้ำ ยิ่งเรามีหลายหยด มีหลายองค์ความรู้ องค์กรนั้นก็จะเติบโต และเติบใหญ่เหมือนมหาสมุทร ทุกหยดน้ำ ทุกองค์ความรู้ มีความสำคัญต่อองค์กรจริงๆ

เรื่องโดย ภูริณัฐ ศิริชัยสินธพ
Junior Knowledge Management
____________________________________________________

 


Future City Pavilion To the city of Happiness “สู่เมืองแห่งความสุข”

อีกหนึ่งอาคารที่นำเสนอแนวคิดเมืองแห่งอนาคตเพื่อความสุขและความสมดุลของเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ลักษณะอาคารใช้การออกแบบที่ดูคล้ายโครงสร้าง Origami (ศิลปะการพับนกกระดาษของญี่ปุ่น) ที่ช่วยกรองแสง ลดความร้อน และสร้างลวดลายจาก แสงเงาในตอนกลางวัน พร้อมระบบไฟ LED เปลี่ยนสีในตอนกลางคืน
ตัวอย่างนวัตกรรม “Imagine the Future of Food” เทคโนโลยีอาหารแห่งอนาคต เช่น เนื้อเพาะเลี้ยง โปรตีนจากพืช และระบบ Food Recycling อีกตัวอย่าง เช่น “Wind Vision Attraction” เรือพลังงานลมและไฮโดรเจนที่เดินทางได้โดยไม่พึ่งน้ำมันจากอนาคต 20 ปีข้างหน้า เป็นต้น
แนวคิดที่ได้ “ทุกนวัตกรรมสามารถต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมได้จริง” เราสามารถเห็นภาพโรงงานแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Remote Operation สำหรับดูแลซ่อมแซมเครื่องจักรในโรงงาน โดยพนักงานไม่ต้องเข้าไปพื้นที่เสี่ยง หรือการติดตั้งระบบดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด การไปดูงานครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทุกนวัตกรรมไม่ใช่แค่แนวคิดลอยๆ แต่ทำได้จริง เพียงแค่เริ่มต้นและลงมือทำ
เรื่องโดย ณวภัทร ระพิพันธุ์
วิศวกรนวัตกรรมและเทคโนโลยี 2
Share.